อุรุกวัย vs ฝรั่งเศส

วันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2561

เวลา 21.00 น. ถ่ายทอดสด ททบ. 5 , true sports HD 3

ผลการพบกันล่าสุด

06/06/2013 อุรุกวัย 1 – 0 ฝรั่งเศส

16/08/2012 ฝรั่งเศส 0 – 0 อุรุกวัย

ความพร้อมและสภาพทีม

อุรุกวัย

ออสการ์ วอชิงตัน ตาบาเรซ กุนซืออุรุกวัย นำทีมชนะ 7 เกมติดต่อกัน ผลงานล่าสุดโค่น โปรตุเกส 2-1 ที่ ฟิชท์ สเตเดี้ยม, โซชิ ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อวันเสาร์ 30 มิถุนายน

อย่างไรก็ตาม เกมล่าสุด ทีมเสีย เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าตัวหลักบาดเจ็บน่องซ้าย ไม่สามารถลงเล่นได้ในนัดนี้ ในรายของ หลุยส์ ซัวเรซ ดาวยิงคนสำคัญหายเจ็บขาขวาที่เกิดขึ้นระหว่างฝึกซ้อม ลงสนามได้

ตาบาเรซ จะปรับแผนการเล่นจากระบบ 4-4-2 มาใช้แผน 4-3-2-1 เน้นแดนกลางให้แน่น เปลี่ยนผู้เล่นเพียงคนเดียวจากนัดชนะ โปรตุเกส ด้วยการส่ง จอเรียน เด อาร์ราสกาเอต้า นำเกมรุกคู่กับ โรดริโก้ เบนตานกูร์ ขณะที่ หลุยส์ ซัวเรซ ยืนกองหน้าตัวเป้า ซึ่งเขายิงไปแล้ว 2 ประตู ในทัวร์นาเม้นต์นี้ สำหรับ เบนตานกูร์ โดนใบเหลืองไปแล้ว 1 ใบ ถ้าหากได้รับใบเหลืองเพิ่มในเกมนี้ เขาจะติดโทษแบน 1 นัด หาก อุรุกวัย ผ่านเข้าไปเล่นรอบรองชนะเลิศ

ฝรั่งเศส

ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เซเล็กซิยอนเนอร์ทีมชาติฝรั่งเศสวัย 49 ปี นำทีมไม่แพ้ 8 เกมติดต่อกัน และไม่แพ้ 8 นัดหลังสุดในฟุตบอลโลก ผลงานในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ฝรั่งเศส สยบ อาร์เจนติน่า 4-3 ที่ คาซาน อารีน่า, คาซาน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

เดส์ชองส์ ได้ชื่อว่าเป็นเทรนเนอร์ที่คุมทีมชาติฝรั่งเศสมากที่สุดที่จำนวน 80 เกม (ชนะ 50, เสมอ 15, แพ้ 15) หลังจากเขาคุมทีมมาตั้งแต่ปี 2012 เขาชนะสถิติของ เรย์มงด์ โดเมเน็ค อดีตกุนซือเลส์ เบลอส์ที่คุมทีม 79 นัด ชนะ 41 เสมอ 24 แพ้ 14 ระหว่างปี 2004 – 2010

เกมนี้ เลส์ เบลอส์ ไม่มี แบลส มาตุยดี้ มิดฟิลด์สารพัดประโยชน์ติดโทษแบน 1 นัด จากการสะสมใบเหลืองครบ 2 ใบ ตามโควตา และ แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ แบ็กซ้ายบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขา โดยจะเป็น อุสมาน เด็มเบเล่ ปีกบาร์เซโลน่าวัย 21 ปี ลงเล่นตำแหน่งปีกซ้ายแทน มาตุยดี้

ขณะที่ อองตวน กรีซมันน์ กองหน้าแอตเลติโก มาดริด หายเจ็บเอ็นร้อยหวาย, ราฟาแอล วาราน เซนเตอร์แบ็กเรอัล มาดริด หายจากอาการอ่อนล้า กลับมาฝึกซ้อมได้แล้วตั้งแต่เมื่อวันพุธที่ 4 กรกฎาคม และสตาร์ทั้งสองคนจะนำทัพในการสู้ศึกใหญ่ครั้งนี้

เดส์ชองส์ จะใช้แผนการเล่น 4-2-3-1 เหมือนเดิม เปลี่ยนผู้เล่นเพียงคนเดียวจากนัดชนะ อาร์เจนติน่า ก็คือ ส่ง เด็มเบเล่ นำเกมรุกเคียงข้าง คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้ ที่ซัดไปแล้ว 3 ประตู และ กรีซมันน์ โดยมี โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทำหน้าที่กองหน้าตัวเป้า ผู้เล่นเลส์ เบลอส์ ที่โดนใบเหลืองไปแล้ว 1 ใบ ประกอบด้วย ชิรูด์, โกร็องแต็ง โตลิสโซ่, ปอล ป็อกบา, แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ หากพวกเขาโดใบเหลืองเพิ่มในนัดนี้ จะติดโทษแบน 1 นัด หาก ฝรั่งเศส ผ่านเข้าไปเล่นรอบรองชนะเลิศ

ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

;อุรุกวัย : เฟร์นานโด มุสเลร่า – มาร์ติน กาเซเรส, โฮเซ่ คิเมเนซ, ดีเอโก้ โกดิน (กัปตันทีม), ดีเอโก้ แล็กซัลต์ – นาฮิตาน นานเดซ, ลูกัส ตอร์เรร่า, มาติอัส เวซิโน่ – จอร์จาน เด อาร์ราสกาเอต้า, โรดริโก้ เบนตานกูร์ – หลุยส์ ซัวเรซ

ฝรั่งเศส : อูโก้ โยริส (กัปตันทีม) – เบนฌาแม็ง ปาวาร์, ราฟาแอล วาราน, ซามูแอล อุมติตี้, ลูกัส แอร์กน็องเดซ – เอ็นโกโล่ ก็องเต้, ปอล ป็อกบา – คีลิยัน เอ็มบั๊ปเป้, อองตวน กรีซมันน์, อุสมาน เดมเบเล่ – โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์

ผู้ตัดสิน : เนสตอร์ ปิตาน่า (อาร์เจนติน่า)

ความน่าจะเป็นของเกม

ต่างผ่านเข้ารอบด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมมาเหมือนกัน โดยจอมโหดมีเรื่องน่ากังวลเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของ เอดินสัน คาวานี่ ดาวยิงคนสำคัญ และการขาดหายไปย่อมส่งต่อประสิทธิภาพในแนวรุก ซึ่ง หลุยส์ ซัวเรซ จะต้องแบกความรับผิดชอบหนักหน่วงกว่าเดิม ส่วนตราไก่เหนือกว่าตามหน้าเสื่อ แม้ไม่มี แบลส มาตุยดี้ ที่ติดโทษแบน แต่มีขุมกำลังพร้อมคอยทดแทนสบายๆ มาถึงรอบนี้แล้วคงต้องระวังกันมากเป็นพิเศษทั้งสองฝั่ง และฝรั่งเศสก็คงไม่กล้าผลีผลามตามสไตล์เดเด้ ดังนั้นเชื่อว่ารูปเกมน่าจะดำเนินแบบน่าอึดอัดใกล้เคียงสูสี มีโอกาสที่จะยืดเยื้อถึงการดวลจุดโทษสูง

ผลการแข่งขันที่คาด : เสมอ 1 – 1